วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สมาชิกในกลุ่ม

นางสาว จิดาภา วัฒนะประการชัย                            เลขที่ 2 ม.5/4
นางสาว บุณยาพร สุวัฒนพันธุ์กุล                            เลขที่ 6 ม.5/4
นาย ธาม เพชรสุทธิ์                                                 เลขที่ 12 ม.5/4
นาย ปวริศร์ จารุลิมปะพงศ์                                      เลขที่ 16 ม.5/4
นาย พาวิน เกียรตินิพูล                                            เลขที่ 20 ม.5/4
นาย รัชชานน ส่งเสริม                                             เลขที่ 24 ม.5/4 

แนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวโดยไม่ใช้ความรุนแรง

การใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง  ส่วนมากพบว่าผู้ที่นิยมแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวโดยใช้ความรุนแรง  จะมีประสบการณ์ชีวิตซึ่งถูกเลี้ยงดูมาในครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา  เช่น  ถูกทุบตี  ตบหน้าหรือถูกลงโทษอย่างรุนแรง  จากพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ภายในครอบครัว  มีแนวทางการปฏิบัติตนในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง  ในครอบครัวโดยไม่ใช้ความรุนแรง  ดังนี้
๑)     เรียนรู้วิธีการควบคุมอารมณ์  และระบายความโกรธ  โดยไม่ทำร้ายผู้อื่น
๒)     ให้ความรักความเข้าใจต่อคนในครอบครัว
๓)     สร้างสัมพันธภาพที่อบอุ่น  เอาใจใส่  มีบรรยากาศของความเป็นมิตร
๔)     มีเทคนิคการหลีกเลี่ยงหรือการจัดการอย่างเหมาะสมเมื่อถูกก้าวร้าว
๕)     สร้างความภาคภูมิใจในครอบครัวและวงศ์ตระกูล
๖)     สร้างความมั่นคงในอารมณ์  มีความเชื่อมั่นใจตนเอง  เพิ่มความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง
๗)     มีภูมิต้านทานแรงกดดันของพฤติกรรมก้าวร้าวจากบุคคลในครอบครัว
๘)     ลดความเครียด  ด้วยการเข้าร่วมกิจกรรมกีฬา  นันทนาการ  ดนตรี  สวดมนต์  นั่งสมาธิ
๙)     ขอปรึกษาจากญาติหรือเพื่อนที่ไว้ใจได้  หรือหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน  เพื่อช่วยเข้ามาไกล่เกลี่ยประนีประนอม  เจรจาตกลงปัญหาความขัดแย้ง  เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมความรุนแรง  และยุติการใช้ความรุนแรง
๑๐) ไม่ควรพูดยั่วยุ จนถึงขั้นทนไม่ได้
๑๑) ควรตั้งกติกาครอบครัวเอาไว้ เช่น ไม่โกรธกันนานเกิน 1 อาทิตย์ ผู้ใดเป็นฝ่ายผิดต้องขอโทษก่อน และอีกฝ่ายต้องรีบให้อภัย และไม่ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้สึกเสียหน้า
๑๒) ถ้าทนไม่ไหวต่อการยั่วยุจริงๆ ให้หลีกเลี่ยงการลงไม้ลงมือ โดยการเดินหนีไปสักระยะหนึ่ง เมื่อหายโกรธค่อยกลับมา

ถ้าทุกครอบครัวมีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้น ไม่ควรปล่อยไว้ให้หมักหมมไว้ ควรหันหน้าเข้าพูดจากัน หาวิธีแก้ไขปัญหาร่วมกันไม่ผลักภาระความรับผิดชอบให้ฝ่ายหนึ่งรับผิดชอบ สื่อสารด้วยวาจาสุภาพอ่อนโยน ไม่ใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหาแล้วความขัดแย้งต่างๆ จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นอันจะเป็นผลให้ครอบครัวมีความสุขสมบูรณ์ตลอดไป

ปัญหาความขัดแย้งในครองครัว

ความขัดแย้งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ  เช่นเดียวกับฝนตก  แดดออก  เมื่อมีคนตั้งแต่สองคนขึ้นไป  ความขัดแย่งย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นได้  เพราะคนเรามีความแตกต่างกันทั้งในด้านความคิดและการอบรมเลี้ยงดู  ความขัดแย้งในครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นของสัญญาณเตือนภัยถึงรอยร้าวของสัมพันธภาพภายในครอบครัว  ความรุนแรงในครอบครัวเป็นการแสดงออกของความรู้สึกขัดแย้งที่ไม่สามารถแก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรงได้

ความขัดแย้งในครอบครัวเป็นพฤติกรรมเกิดจากการเรียนรู้และสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยการจัดการกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นให้เป็นประสบการณ์ด้านบวก  เพื่อรักษาสัมพันธภาพและความรัก  ความเป็นมิตรที่มีต่อกันให้แน่นแฟ้น  ด้วยการพูดคุยทำความเข้าใจ  พร้อมที่จะให้อภัยในความผิดพลาดหรือความเข้าใจผิดที่ได้เกิดขึ้นแล้ว

ความรุนแรงในครอบครัว

ความรุนแรงในครอบครัว  หมายถึง  การกระทำหรือพฤติกรรมการทำร้ายกันระหว่างสมาชิกในครอบครัวโดยเจตนา  มีผลกระทบต่อร่างกายเป็นสำคัญรวมทั้งการทำร้ายกันทางด้านจิตใจและอารมณ์ของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย
การทำร้ายร่างกาย  เริ่มจากการทุบตี  ตบ  เตะ  ต่อย  ทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
การทำร้ายทางด้านจิตใจและอารมณ์  ด้วยการพูดจาก้าวร้าว  ดูหมิ่นดูแคลน  เสียดสีล้อเลียน  โดยใช้ถ้อยคำหยาบคาย  การข่มขู่  คุกคาม  กักขัง  หน่วงเหนี่ยว  กีดกัน  ไม่ให้พบปะสังสรรค์ญาติพี่น้อง  เพื่อนฝูง  การเพิกเฉยหรือละเลย  การกดขี่ข่มเหงจิตใจ  ทำให้อีกฝ่ายมีความกลัว  หวาดระแวง  อารมณ์หวั่นไหว  เศร้าซึม  รวมทั้งการบีบคั้นทางด้านเศรษฐกิจด้วยการไม่สนับสนุนหรือให้เงินไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน  ทำให้ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง

ระดับความรุนแรง  เริ่มตั้งแต่การทะเลาะวิวาท  การทำร้ายร่างกาย  และการทำลายชีวิต  

ความขัดแย้งในครอบครัว

ภาระอันยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งของคนเราก็คือ การสร้างครอบครัวให้มีความสุข มั่นคงยืนนาน เลี้ยงดูอบรมบุตรธิดาให้มีความเจริญสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นอนาคตที่สำคัญของชาติต่อไป เมื่อครอบครัวดี สังคมก็ดี ประเทศชาติก็เจริญรุ่งเรืองตามไปด้วย การที่จะสร้างครอบครัวให้มีความสุขสมบูรณ์ได้นั้น พ่อแม่มีส่วนสำคัญ มาก เพราะเป็นผู้ที่มีบทบาท และกำหนดบทบาทของคนในครอบครัวให้ดำเนินชีวิตไปตามขอบเขต หรือความคิดอ่านของคู่สามีภรรยา ปัญหาอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการสร้างความสุขในครอบครัว ก็คือความขัดแย้งระหว่างสามีภรรยา ซึ่งจะส่งผลกระทบมาที่ตัวลูกและสมาชิกทุกคนในครอบครัว ฉะนั้น จึงควรมาศึกษาและหาทางแก้ปัญหาร่วมกันเพื่อที่จะไม่ให้ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นในครอบครัวได้ ความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในครอบครัว พอแยกได้ว่ามาจากสาเหตุต่างๆ ดังต่อไปนี้คือ
1. นิสัยและความเคยชินส่วนตัว เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงกันยากมาก เพราะเป็นนิสัยติดตัวมานาน เคยปฏิบัติซ้ำๆ มาแล้วในอดีต ถึงแม้จะเปลี่ยนได้ แต่ก็เป็นเพียงชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น ฉะนั้นสามีภรรยาจะต้องยอมรับ และทำใจให้ได้แล้วปรับตัวเข้าหากัน ผ่อนสั้นผ่อนยาว ถึงจะอยู่ด้วยกันยืนยาว
2. ขาดความตระหนักในบทบาทและหน้าที่ สมัยก่อนสามีมีบทบาทเป็นผู้นำ หาเงินเลี้ยงครอบครัว ปัจจุบันสตรีมีบทบาทในการทำงาน หาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวเช่นกัน แต่สตรีก็ยังต้องมารับผิดชอบงานในบ้าน และอบรมสั่งสอนบุตรธิดาอีก จึงทำให้บางครั้งภรรยารู้สึกหงุดหงิด และจุกจิกจู้จี้ไปบ้าง ทำให้เกิดความขัดแย้งได้ และสามีบางคนก็ไม่รับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง คอยตำหนิ ดุด่าภรรยาว่าไม่อบรมเลี้ยงดูบุตร ทั้งๆ ที่งานอบรมเลี้ยงดูบุตรก็เป็นหน้าที่โดยตรงของทั้งพ่อและแม่ ฉะนั้น ทั้งสองคนต้องช่วยเหลือกันในการอบรมเลี้ยงดูบุตร ตลอดจนการงานในบ้านที่ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
3. ไม่มีเวลาให้กันและกัน เนื่องมาจากต่างฝ่ายต่างมีภารกิจต้องทำงาน บางทีก็แยกกันอยู่ ทำให้ไม่มีเวลาพูดคุย รับรู้สารทุกข์สุกดิบของกันและกัน ครอบครัวจึงควรมีวันแห่งครอบครัว สัปดาห์ละ 1 วัน หรือแล้วแต่ตกลงกัน มีเวลาอยู่พร้อมหน้ากัน พ่อ แม่ ลูก มีกิจกรรมร่วมกัน

4. ใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหาในครอบครัว ได้แก่ การทะเลาะ ดุด่า ข่มขู่ จนกระทั่งลงมือตบตีกัน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการพูดยั่วยุของฝ่ายหญิง ทำให้ฝ่ายชายโกรธจนทนไม่ได้ ลงมือทำร้าย เพื่อระงับเหตุ